Tag Archives for ไออุ่น5

ไออุ่น 5 สอนให้รู้ว่า

เนื่องจากไม่มีเวลาได้จับกล้องเพื่อถ่ายภาพ

แต่ทุกความทรงจำถูกบันทึกไว้ในสมองน้อยๆนี้ก่อนที่จะตราตรึงลงสู่หัวใจเป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจที่จะเก็บไว้ตลอดไป ภาพทุกภาพที่ผ่านสายตาได้ถูกร้อยเรียงออกมาเป็นบันทึกนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เผื่อเวลาอาจทำให้เราหลงลืมไป….

ไออุ่นนห้าสอนให้รู้ว่า….
ต่อเนื่องจากเมื่อบันทึกก่อนหน้า ที่ว่าจะเล่าให้ฟังว่าไออุ่นนั้นเป็นอย่างไร ไออุ่นครั้งที่ 5 แต่เป็นครั้งที่สองที่ได้ร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ หลังจากรวมตัวกันได้พวกเอาออกเดินทางสู่ รร.ตะโด้กุย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ดินแดนที่เคยให้สิ่งสอนใจและให้ความประทับใจแก่ชั้นมากมายเมื่อครั้งมาสำรวจ และในครั้งนี้ตะโด้กุยยังเป็นสถานที่ที่ทำให้ชั้นได้รู้จักกับความสุข รอยยิ้ม และมิตรภาพที่บริสุทธิ์เช่นเคย ด้วย
ด้วยบทบาทหน้าที่ที่ได้รับกับดรีมทีมก่อสร้าง ชั้นไม่เคยคิดว่าชั้นจะทำได้เพราะเกิดมาก็ไม่เคยคิดว่าจะทนกลิ่นทินเนอร์ได้มากขนาดนี้ พวกเราต้องเผชิญกับฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งสามวันสามคืนที่ต้องทำกิจกรรม ฝนเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการทำงานและการเดินทางกลับของพวกเรา แต่ก้าวแรกที่ไปถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใสของเด็กๆ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมาได้
ไออุ่นห้าไม่ได้ทำให้ชั้นรู้จักแค่การเป็นผู้ให้ แต่ชั้นยังเป็นผู้รับ รับที่จะรู้จักและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆอีกมากมาย
1.ชั้นได้รู้ซึ้งถึงมิตรภาพระหว่างคนที่เพิ่งรู้จักกัน บางคนเพิ่งรู้จักกันวันแรกแต่สามารถพูดคุยและทำงานร่วมกันได้อย่างสนุกสนาน
2. ได้รับรู้ของความเอื้ออาทรที่มีต่อกันของเพื่อนร่วมค่ายเสียงที่เราได้ยินนอกการตะโกนพูดคุยเรื่องงาน ยังได้ยินเสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮากัน เสียงเรียกทานข้าว “…กินข้าวยัง…มากินข้าวก่อน พักก่อนเดี๋ยวค่อยไปทำ” “เหนื่อยมั๊ย พักก่อนก็ได้เดี๋ยวค่อยมาทำ” และอีกหลายๆอย่างอีกมากมาย
3. สิ่งที่ได้รับและสำคัญที่สุดคือความสุขที่มีมากมาย ใครเลยจะคิดว่าการที่ได้ฟังเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี จากเด็กๆและชาวบ้าน มันมีความสุขมากกว่าการที่ชั้นได้ยินจากในทีวีเสียอีก แม้จะเป็นสำเนียงที่ไม่ชัด เพลงไม่ถูกจังหวะ ผิดคีย์ ผิดเนื้อร้อง แต่ชั้นรับรู้ได้ว่ามาจากก้นบึ้งของจิตใจจริงๆ มันซึ้งมากมาย ซึ้งใจและภูมิใจที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินไทยและได้ทำสิ่งดีๆแก่คนอื่นบ้าง
สุดท้าย ขอขอบคุณเพื่อนร่วมค่ายทุกๆคนที่ทำให้ค่ายนี้มีความสุขและมีความหมาย ขอบคุณที่ทำให้เด็กๆและชาวบ้านที่นั่นมีความสุข
ขอบคุณดรีมทีมทุกคน ที่ร่วมกันสูดทินเนอร์ เอ๊ย ร่วมกันทำงานอย่างมีความสุขจนบรรลุเป้าหมายที่เราวางไว้
ขอบคุณพี่อู๊ดพี่นิ่ม ที่คอยห่วงใย(อย่าปฎิเสธเพราะเค้ารู้)คอยส่งข้าวส่งน้ำเด็กทาสีคนนี้
ขอบคุณคนข้างกายที่คอยดูแลเอาใจใส่และเอาใจ(บางที)เสมอมา

อยากบอกกับทุกๆคนร่วมค่ายว่า”You’re the best” จริงๆ

ปล. สิ่งสำคัญของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง แต้มันอยู่ที่มิตรภาพและสิ่งดีๆที่จะได้รับระหว่างทางต่างหาก

ก่อนไออุ่น

16.10นชั้นเดินทางจากบ้านมาตอนนี้อยู่รังสิต ออกเดินทางมาเพื่อแบ่งปันไออุ่นให้กับเด็กๆท่าสองยาง อีกไม่กี่ชั่วโมงชั้นจะได้พบกับเพื่อนร่วมทางที่มีใจเดียวกันคือจิตใจแห่งการแบ่งปัน ชั้นจะได้พบกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ความสุขมากมายที่เกิดจากการให้
ให้ในสิ่งที่เรามี และเป็นผู้รับความสุขที่ได้จากรอยยิ้มของคนที่นั่นกลับมา
การเดินทางของคนหกสิบคนรอนแรมกินนอนบนรถทัวร์เพื่อไปสู่จุดหมายที่มี เหตุการจะเป็นอย่างไรต่อไปไว้กลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง

ปล. เอามาเล่าให้ฟัง….พิมพ์บนตู้ระหว่างเดินทางมาสมทบกับคณะไออุ่น

เรื่องราวเล็กๆจากท่าสองยาง

เขียนไว้เมื่อครั้งกลับมาจากการสำรวจไออุ่น 5 ครั้งที่ 1 

หลายคนบอกว่าชั้นโชคดีจังมีเวลาไปเที่ยวได้บ่อยๆ….อยากจะบอกทุกคนว่าเวลาเที่ยวมันมีกันทุกคนแหละขึ้นอยู่กับว่าคุณจะไปหรือเปล่าเท่านั้นเอง  

เรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความบังเอิญจากการไปสำรวจพื้นที่เพื่อทำโครงการไออุ่น 5 การเดินทางของคน 6 คน (พี่มอร์ พี่จิ๋ว เจ๊นัน เบิร์ด ต้น    จอย)เริ่มขึ้นเวลาประมาณ 22.00น. เดินทางไปเรื่อยๆ ลัดเลาะไปตามแนวตะเข็บชายแดน  

  • ผ่านเหตุการณ์ผีห้องน้ำของเจ๊นัน ที่ทำให้รู้ว่าเวลาตกใจเราก็วิ่งไวเหมือนกัน เดินทางกันไปเรื่อยๆ
  • ผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามภูเขา…ผ่านด่าน ตชด.ที่คอยตรวจตราดูแลความปลอดภัย
  • ผ่านเหตุการณ์ผีรถวีโก้….ที่แปลงร่างเป็นรถเก๋งทำเอาเราทุกคนเหว๋อไปตามๆกัน

        “การเดินทางเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ การเดินทางที่ให้ความรู้สึกและแฝงไปด้วยเรื่องราวมากมาย ที่เป็นมากกว่าการไปสำรวจพื้นที่ไออุ่น….ชั้นใช้การเดินทางแต่ละครั้งเพื่อการเรียนรู้สิ่งต่างๆ การที่เห็นสิ่งต่างๆ ที่แตกต่างไปจากทุกๆวันที่เราได้พบเจอมันคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเดินทางแต่ละครั้งมันมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปเสมอ….”…..หลายคนอาจสงสัยว่าการเดินทางครั้งนี้ให้อะไร  

  • การเดินทางทำให้เราเห็นถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมทาง ที่ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคกันมา
  • ทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในเมืองเล็กๆ ขอบชายแดนฝั่งตะวันตก
  • ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนแปลกหน้า…รวมถึงไมตรีที่เขาหยิบยื่นมาให้
  • ทำให้เห็นถึงสายตาแห่งความสุขของชาวบ้าน แม้จะไม่ได้ร่ำรวยเงินทองแต่ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้
  • ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความเสียสละของครูที่อยู่ชายแดน ที่เสียสละทำหลายๆอย่างเพื่อให้เด็กได้มีความรู้  แม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยหรืออยู่ห่างไกลจากครอบครัว จะมีใครซักกี่คนที่เสียสละได้ขนาดนี้
  • ทำให้เห็นถึงความสดใสของเด็กๆ ความมีสัมมาคารวะที่เด็กในเมืองหลงลืมกันไป

ที่สำคัญที่สุด….สิ่งที่สอนชั้นจากการเดินทางในครั้งนี้คือการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ….เด็กกระเหรี่ยงด้อยโอกาสในเรื่องต่างๆ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ…ไม่มีตำรับตำราเรียน…..การเดินทางก็ยากลำบาก…แต่พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะขวนขวายหาความรู้ ต่างจากเด็กในเมืองที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมแต่กลับละเลยมันไป ปล. เขียนไว้เล่าเรื่องราวและเป็นบันทึกช่วยจำว่าครั้งนึงในชีวิตเคยได้รับข้อคิดอะไรมา