
เช้าวันที่สดใสมาก เมฆฝนลาภูเก็ตไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ฉันซักผ้ารวดเดียว 2 ถัง เป็นการประเดิมวันสดใส
คิดภายในใจกรุ้มกริ่ม วันนี้ต้องมีวิวสวยๆ บนเขาป่าตองอีกแน่ๆ เพราะหลังฝนตกหนักหลายๆวัน ภูเก็ตจะเหมือนเมืองในหมอก
เพราะไอน้ำพร้อมตัวกันลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอย่างสวยงาน ภาพนี้เคยเห็นด้วยสาตาตัวเองมาแล้วหลายครั้ง ปกติขับรถมอเตอร์ไซค์
จะไม่ค่อยได้วอกแวก ดูวิวข้างทาง แต่ครั้งนั้น ถึงขั้นขับรถขึ้นเขาเป๋ไปอีกเลนส์เลยทีเดียว
แล้วสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นจริง แดดอ่อนๆ ตอนเจ็ดโมงแบบนี้ ฉันจอดรถตรงทางระหว่างขึ้นเขาเพื่อถ่ายรูป ด้วยความจำกัดของคุณภาพจากมือถือ แต่ได้ภาพนี้มาก็ถือว่าใช้ได้อยู่นะ วิวแบบนี้ไม่ได้เห็นบ่อยๆนัก ถ้าไม่ได้สนใจจะหันไปมอง
เรารักชีวิตที่นี่นะ ชอบกว่าตอนอยู่กรุงเทพ กรุงเทพไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกอยากอยู่อีกแล้ว ที่นั่นไม่มีอะไรที่เรารัก นอกจาก “เพื่อน”
ตอนที่เราคิดจะมา สองจิตสองใจ เพราะห่างเพื่อนด้วย ห่างผู้ชายคนนั้นด้วย แต่พอหมอดูบอกว่า เนื้อคู่เราอยู่ที่นี่ ก็เลยมา … ฮ่าาาาาา
อากาศชื้นๆ กับเช้าหลังฝนพรำ เมื่อคืนฝนตกหนักมาก รู้สึกเป็นห่วงรองเท้าแต่ขึ้เกียจลุกจากใต้ผ้าห่มเหมือนทุกครั้งแต่ก็นอนไม่ค่อยจะหลับเท่าไร หลังจากจัดแจงกับชุดทำงานให้อาจารย์สำหรับเช้า
เช้านี้ไม่เหมือนทุกวันก็ได้เพราะวันนี้ไม่มีฝนตอนเช้า แดดร้อน ฟ้าสวยลมแรง ฉันแว๊นซ์มอเตอร์ไซค์สีชมพู ออกมาแต่เช้าทุกวัน ตอนช่วงลงเขา ลมเกือบหอบปลิ้วไปตามลมไม่ใช่เพราะผอม แต่ลมแรงมากไม่ได้ลงทะเล ตั้งแต่คราวที่ปูกลับไป เพื่อนจากไปทิ้งไว้แต่ความดำ ชีวิตไม่ได้โหยหาทะเลอีกต่อไปอีกนาน อ่านข่าวท้องถิ่น ยังคงมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากคลื่นดูดลงไปในทะเลไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดที่เพิ่งอ่านไปไม่นานนี้ คู่ฮันนีมูนชาวรัสเซีย ถูกคลื่นซัดหายไป การ์ดริมหาด ก็ลงไปช่วย แต่ช่วยได้แต่ผู้ชาย ส่วนผู้หญิงเสียชีวิต และการ์ดเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดเช่นกัน ที่จริงแล้วการปักธงแดงริมหาด ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรนัก ถ้าไม่มีการเตือนด้วยวาจา ความหวานช่วงหลังวิวาห์ กลายเป็นความเศร้าเมื่อต้องสูญเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับมา
บางคนก็ถามว่า ภูเก็ตมีอะไรน่าสนใจบ้างเจ๊รี่ ก็อยากจะตอบไปว่า เจ๊เองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้ทุกสิ่งมันเป็นสิ่งแวดล้อมในชีวิตที่เคยชินมากกว่า เห็นทุกวัน เลยอยากจะบอกเพื่อนๆว่าก่อนจะมาควรจะทำการบ้านมาด้วยตัวเองก่อนว่าอยากไปไหน บอกได้แค่ว่า อยากอยู่เงียบๆสงบๆ มีร้านเหล้ามีบาร์เล็กน้อย ก็ กะตะ กะรน สุรินทร์ อยากได้แบบครึกครื้นสุดโต่ง ก็ป่าตอง แล้วก็อย่าได้พลาดเดินซอย บางลา คนไทยหัวดำๆ คนนี้ยังตะลึงกับสิ่งที่เห็น มันช่างอารมณ์พัทยาซะจริงๆ
เมื่อยามคิดถึงเพื่อน เพื่อนก็มาหา แต่เพื่อนคนนั้นได้ตายไปแล้ว ที่ได้เขียนใน FB ว่าเกิดอะไรแปลกๆขึ้นในบ้าน พี่บีก็บอกว่ามันอาจจะมาหาฉันจริงๆที่ภูเก็ต เพราะตอนนี้ที่บ้านเงียบมาก เมื่อคืนก่อน ในขณะที่นั่งดู CSI กับสุดที่รัก กระจกก็ได้โดนเคาะขึ้น ฉันไม่ตกใจแล้ว ได้หันไปมอง เพื่อจะเห็นอะไรสักอย่าง อาจารย์ถามว่าฉันมองอะไร ก็ได้แต่ยิ้มๆ แต่ ณ ตอนนี้มันคงจะไปจากภูเก็ตแล้วมันคงมาตามสัญญาที่มันเคยให้ไว้ก่อนตาย ว่ามันจะมาหาที่ภูเก็ตแน่นอน
คิดถึง กทม.นะ