
น้ำท่วมประเทศไทยปีนี้ไล่เลี่ยงมาตั้งแต่ภาคเหนือตอนบน ผ่านภาคกลาง และไหลลงมาสู่ กรุงเทพฯ สร้างความเสียหายและเดือนร้อนให้อย่างมหาศาล สาเหตุจะเป็นอย่างไร เพื่อนๆ ทุกท่านคงได้รับข่าวสาร จากสื่อต่างๆ มามากพอ แต่ก็อยู่ที่ดุจพินิจของแต่ล่ะท่านว่าจะตีความ และเชื่อแบบไหนซึ่งไม่ผิด ไม่ถูกอะไร แต่ถึงอย่างไรในตอนนี้น้ำก็ท้วมไปแล้วหลายพื้นที่ ล่าสุดผมลุยน้ำขนของเอาที่จำเป็นออกจากที่ทำงาน ม.เกษตร หลังจากย้ายเขามาพักตอนที่บ้านตัวเองที่สายไหมถูกน้ำท่วมไปก่อนหน้านี้แล้ว
ในเวลาที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัคร กรอกถุงทราย หลายพื้นที่ ทั้งที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ย่านรังสิต ปทุมธานี โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 เขตสายไหม ในการทำแนวกั้นคลองหกวาสายล่าง แนวรอบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นศุนย์พักพิงผู้ประสบภัยและล่าสุดที่ สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้แนวกั้นต่างๆ ส่วนใหญ่มิอาจต้านทานความแรงของกระแสน้ำได้ ทำได้แต่เพียงชะลอ และยืดระยะการไหลมาท่วมของน้ำเท่านั้นเอง
ซึ่งจริงๆ แล้วจุดนี้ผมคิดว่าอาสาทุกท่านที่มาช่วยงานก็คิดคล้ายๆ กัน จากภาพที่ผมเห็นในทุกครั้งที่มาทำงาน ทุกคนที่ออกมาทำงานตรงนี้ล้วนมาด้วยจิตอาสาจริงๆ โดยที่ไม่ได้คิดมาก หรือมีเงื่อนไขใดๆ นัก ทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจ อาจจะมีเครียดๆ บ้างในบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นรอยยิ้มเสมอ การสนทนาต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่ายโดยที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เราได้เห็นภาพการอื้อเฟื้อต่อกัน
บางคนน้ำท่วมบ้านไปแล้วก็ออกมาช่วย เพราะไม่อยากให้คนอื่นน้ำท่วมเหมือนต้นเอง ฟังแค่นนี้ก็อิ่มใจเหมือนกัน มันเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นมานาน ก่อนนี้เราสังคมเรนแบบนี้าค่อนข้างแตกแยกทางความคิดกันมามาก ผมคิดในใจและรู้สึกดีนะ บางที่ในยามเดือนร้อนกัน เราก็ลืมๆ เรื่องนี้ไปบ้างเหมือนกัน ระหว่างนี้ผมนอนบ้านน้องๆ เพื่อนๆ ในชมไทย หลายบ้าน โดยผลัดเปลี่ยนกันไป นี่เป็นน้ำใจจริงๆ จากทุกคนที่ผมได้รับ ในยามนี้
งานอาสาที่ทำส่วนใหญ่ก็จะทำหลังเวลาเลิกงานเป็นส่วนใหญ่ โดยชักชวนบ้าง ติดตามบ้าง ไปกับน้องๆ เพื่อนๆ กลุ่มชมลม ชมไทย และเพื่อนชาวอาสาที่สนใจ ในเวลาปกติก็เหมือนเพื่อนๆ ทั่วไป นั่งอยู่หน้าคอมเล่นเฟสบุ๊ค ดูข่าว ดูเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาหลากหลายเรื่องราว ได้รับสารหลายทิศทาง หลากหลายอารมณ์ ที่จะระบายกันออกมา แสดงความคิดกันต่างๆ ออกมา
… เดี๋ยวนี้เรามีพื้นที่ในการแสดงออกเยอะขึ้น แต่ผมไม่เคยลืมโลกแห่งความจริงเลย ว่ายังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป
ว่าเรากำลังเดินทางหาความสุข และอยากให้คนรอบๆ เรา มีความสุข กลับมาเรื่องงานอาสาต่อดีกว่า สิ่งที่ทำเชื่อไหมว่า ในยามที่วิกฤติน้ำท่วมอย่างนี้ มันเกิดความสุขหลายอย่างในการออกมาช่วยงาน งานถนัดก็ไม่พ้นกรอกทราย ตักทราย เพราะมันสามารถทำได้ตอนนั้นและเดี๋ยวนั้นเลยยามนี้อะไรที่ทำได้เลยก็อย่างจะช่วยทุกอย่าง ทำแล้วมันเหมือนเป็นสิ่งเสพติด ที่ต้องออกไปทุกวัน ไปเจอเพื่อนๆ ไปกินข้าว กินขนม กินน้ำ บางที่ทำงานบ้าง อู่บ้าง แต่มีความสุขที่ได้มา ได้มาเห็นความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ของเหล่าอาสา แล้วมันก็เกิดความสุข ความปิติ
การกรอกทรายบางทีมันก็ได้อะไรมากกว่าที่เราคิด เราได้เพื่อน ผมรู้จักน้องๆ ที่มาช่วยกรอกทรายทั้งผู้ชาย และผู้หญิง บางคนเจอกันที่รังสิต และก็มาเจอต่อที่สายไหม บางคนเจอที่รังสิต ขอเบอร์ ขอ fb กัน คุยกันจะแนะนให้มาที่ศูนย์เกษตร และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ คิดว่าหลายๆ ท่านที่อาสามาทำงานก็คงได้รับความรู้สึกแบบผมเช่นกัน
วันนี้ไม่รู้ว่าน้ำ มันจะท่วมไปถึงไหนแล้ว แต่สำหรับผม น้ำใจของคนไทย ยังคงมีไม่เคยขาดเสมอ บางที่ บางสิ่ง ที่มองได้ในเวลานี้ เรามามองกันในมุมดีๆ มุมแหล่งความสุข การแบ่งปัน กันเยอะๆ ก็ดีนะครับ มุมไม่ดี มีความทุกข์ มุมแห่งความแตกแยก เราเห็นเยอะแล้ว
เวลานี้เรามาช่วยกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันความสุข และสร้างสรรกันเถอะครับ
เอก ชมไทย


















