Author Archives for

ประตูน้ำจุฬาฯ รังสิตถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เราได้อะไรจากสถานการณ์น้ำท่วม

น้ำท่วมประเทศไทยปีนี้ไล่เลี่ยงมาตั้งแต่ภาคเหนือตอนบน ผ่านภาคกลาง และไหลลงมาสู่ กรุงเทพฯ สร้างความเสียหายและเดือนร้อนให้อย่างมหาศาล สาเหตุจะเป็นอย่างไร เพื่อนๆ ทุกท่านคงได้รับข่าวสาร จากสื่อต่างๆ มามากพอ แต่ก็อยู่ที่ดุจพินิจของแต่ล่ะท่านว่าจะตีความ และเชื่อแบบไหนซึ่งไม่ผิด ไม่ถูกอะไร แต่ถึงอย่างไรในตอนนี้น้ำก็ท้วมไปแล้วหลายพื้นที่ ล่าสุดผมลุยน้ำขนของเอาที่จำเป็นออกจากที่ทำงาน ม.เกษตร หลังจากย้ายเขามาพักตอนที่บ้านตัวเองที่สายไหมถูกน้ำท่วมไปก่อนหน้านี้แล้ว

ในเวลาที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัคร กรอกถุงทราย หลายพื้นที่ ทั้งที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ย่านรังสิต ปทุมธานี โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 เขตสายไหม ในการทำแนวกั้นคลองหกวาสายล่าง แนวรอบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นศุนย์พักพิงผู้ประสบภัยและล่าสุดที่ สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้แนวกั้นต่างๆ ส่วนใหญ่มิอาจต้านทานความแรงของกระแสน้ำได้ ทำได้แต่เพียงชะลอ และยืดระยะการไหลมาท่วมของน้ำเท่านั้นเอง

ซึ่งจริงๆ แล้วจุดนี้ผมคิดว่าอาสาทุกท่านที่มาช่วยงานก็คิดคล้ายๆ กัน จากภาพที่ผมเห็นในทุกครั้งที่มาทำงาน ทุกคนที่ออกมาทำงานตรงนี้ล้วนมาด้วยจิตอาสาจริงๆ โดยที่ไม่ได้คิดมาก หรือมีเงื่อนไขใดๆ นัก ทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจ อาจจะมีเครียดๆ บ้างในบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นรอยยิ้มเสมอ การสนทนาต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่ายโดยที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เราได้เห็นภาพการอื้อเฟื้อต่อกัน
บางคนน้ำท่วมบ้านไปแล้วก็ออกมาช่วย เพราะไม่อยากให้คนอื่นน้ำท่วมเหมือนต้นเอง ฟังแค่นนี้ก็อิ่มใจเหมือนกัน มันเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นมานาน ก่อนนี้เราสังคมเรนแบบนี้าค่อนข้างแตกแยกทางความคิดกันมามาก ผมคิดในใจและรู้สึกดีนะ บางที่ในยามเดือนร้อนกัน เราก็ลืมๆ เรื่องนี้ไปบ้างเหมือนกัน ระหว่างนี้ผมนอนบ้านน้องๆ เพื่อนๆ ในชมไทย หลายบ้าน โดยผลัดเปลี่ยนกันไป นี่เป็นน้ำใจจริงๆ จากทุกคนที่ผมได้รับ ในยามนี้

งานอาสาที่ทำส่วนใหญ่ก็จะทำหลังเวลาเลิกงานเป็นส่วนใหญ่ โดยชักชวนบ้าง ติดตามบ้าง ไปกับน้องๆ เพื่อนๆ กลุ่มชมลม ชมไทย และเพื่อนชาวอาสาที่สนใจ ในเวลาปกติก็เหมือนเพื่อนๆ ทั่วไป นั่งอยู่หน้าคอมเล่นเฟสบุ๊ค ดูข่าว ดูเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาหลากหลายเรื่องราว ได้รับสารหลายทิศทาง หลากหลายอารมณ์ ที่จะระบายกันออกมา แสดงความคิดกันต่างๆ ออกมา

… เดี๋ยวนี้เรามีพื้นที่ในการแสดงออกเยอะขึ้น แต่ผมไม่เคยลืมโลกแห่งความจริงเลย ว่ายังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป
ว่าเรากำลังเดินทางหาความสุข และอยากให้คนรอบๆ เรา มีความสุข กลับมาเรื่องงานอาสาต่อดีกว่า สิ่งที่ทำเชื่อไหมว่า ในยามที่วิกฤติน้ำท่วมอย่างนี้ มันเกิดความสุขหลายอย่างในการออกมาช่วยงาน งานถนัดก็ไม่พ้นกรอกทราย ตักทราย เพราะมันสามารถทำได้ตอนนั้นและเดี๋ยวนั้นเลยยามนี้อะไรที่ทำได้เลยก็อย่างจะช่วยทุกอย่าง ทำแล้วมันเหมือนเป็นสิ่งเสพติด ที่ต้องออกไปทุกวัน ไปเจอเพื่อนๆ ไปกินข้าว กินขนม กินน้ำ บางที่ทำงานบ้าง อู่บ้าง แต่มีความสุขที่ได้มา ได้มาเห็นความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ของเหล่าอาสา แล้วมันก็เกิดความสุข ความปิติ

การกรอกทรายบางทีมันก็ได้อะไรมากกว่าที่เราคิด เราได้เพื่อน ผมรู้จักน้องๆ ที่มาช่วยกรอกทรายทั้งผู้ชาย และผู้หญิง บางคนเจอกันที่รังสิต และก็มาเจอต่อที่สายไหม บางคนเจอที่รังสิต ขอเบอร์ ขอ fb กัน คุยกันจะแนะนให้มาที่ศูนย์เกษตร และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ คิดว่าหลายๆ ท่านที่อาสามาทำงานก็คงได้รับความรู้สึกแบบผมเช่นกัน

วันนี้ไม่รู้ว่าน้ำ มันจะท่วมไปถึงไหนแล้ว แต่สำหรับผม น้ำใจของคนไทย ยังคงมีไม่เคยขาดเสมอ บางที่ บางสิ่ง ที่มองได้ในเวลานี้ เรามามองกันในมุมดีๆ มุมแหล่งความสุข การแบ่งปัน กันเยอะๆ ก็ดีนะครับ มุมไม่ดี มีความทุกข์ มุมแห่งความแตกแยก เราเห็นเยอะแล้ว

เวลานี้เรามาช่วยกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันความสุข และสร้างสรรกันเถอะครับ

เอก ชมไทย

ข่าวสาร โครงการไออุ่นให้น้อง 1 เมื่อปี 2548 หลังจากกลับมาแล้วครับ

ไปค้นเจอข้อความที่เคยเขียนไว้หลังค่ายไออุ่น 1 ครับ
อยากเอามาลงไว้ที่blog แห่งนี้เพื่อเป็นบันทึกความทรงจำอีกครั้งครับ


ส่งข่าวสาร โครงการไออุ่นให้น้อง ฉบับที่ 1 หลังจากกลับมาแล้วครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และผู้ให้ความสนใจ และสนับสนุนโครงการไออุ่นให้น้องทุกท่านครับ หลังจากที่เราได้ช่วยกันดำเนินงานให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงกลับมาด้วยดีและน่าประทับใจกันทุกคน ก่อนที่จะพูดถึงผลต่อเนื่องของโครงการ ผมขอเล่ารายละเอียดเล็กน้อยๆ ซักนิดก่อนจะมาเป็นโครงการนี้นะครับ

เริ่มจากความคิดที่จะให้เพื่อนๆ ในชมไทย และผู้ร่วมสนใจทำโครงการลักษณะของการช่วยเหลือ สร้างเสริมให้กับชุมชน ที่ด้อยโอกาสกว่าเราในลักษณะของการรวบรวมสิ่งของไปบริจาค ที่ใดที่หนึ่งซักแห่ง ซึ่งตอนนั้นมีโอกาสได้คุยกับพี่ๆ เพื่อนๆ เรื่องสถานที่ว่าจะไปที่ไหน และการดำเนินการจะเป็นอย่างไร หลายคน ซึ่งก็มีเพื่อนๆทีมงานไปสำรวจสถานที่มาหลายที่ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปท้ายที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งตรงนี้น้องมอร์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่มูลนิธิรักษ์ไทยได้เสนอมา และเล่าถึงความลำบากของชุมชนชาวเขาที่นี่ จนได้ข้อสรุปร่วมกันของเพื่อนๆ ทุกคน ว่าโครงการนี้เราควรจะร่วมมือกับทางมูลนิธิรักษ์ไทย เพราะทางรักษ์ไทยอยู่ในพื้นที่นี้อยู่แล้ว จึงรู้กระบวนการ และความต้องการของชาวบ้านได้ดี

แผนการร่วมมือและดำเนินงานจึงเกิดขึ้นดังที่เสนอไว้ที่หน้าเพจโครงการไออุ่นแล้วนะครับ ทั้งการไปสำรวจชุมชน โรงงเรียน จำนวนนักเรียน จำนวนชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ความต้องการของชาวบ้าน การประชาสัมพันธ์โครงการ การประสานงานเรื่องการติดต่อรับบริจาค วางแผนการเดินทาง ซึ่งได้รับสิ่งของบริจาคเป็นจำนวนมาก และยังมีเงินสดที่บริจาคกันเข้ามาด้วย

เนื่องจากของบริจาคที่ได้รับมามีเป็นจำนวนมากแผนการดำเนินงานจึงมีการปรับกันตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้ง วิธีการส่งของขึ้นไป การตรวจสอบความต้องการในสิ่งของที่เพื่อนๆ ที่ได้นำมาบริจาค ว่าขาดเหลืออะไรบ้าง ส่วนที่ขาดไปเช่น โต๊ะตั้ง ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค อื่นๆ ทางเราได้ตัดเงินส่วนหนึ่งให้ทางมูลนิธิรักษ์ไทยเชียงใหม่ และเพื่อนๆ ที่อยู่เชียงใหม่ ช่วยกันซื้อมาให้ ส่วนยารักษาโรค อุปกรณ์การเรียน การสอน เครื่องกีฬา ทางชมไทยจะจัดซื้อไปจาก ก.ท.ม. และค่าใช้จ่ายในด้านการขนส่งสิ่งของ ซึ่งรายจ่ายตรงนี้มีใบเสร็จชัดเจน และได้ตรวจสอบร่วมกันแล้วทั้งชมไทยและรักษ์ไทย ซึ่งหนังสือขอบคุณตอนนี้เราทยอยส่งต่อผู้ร่วมบริจาคทุกท่านแล้วครับ

และโอกาสนี้ผมใคร่ขอชี้แจงผลการดำเนินงานหลังจากเสร็จสิ้น การมอบของแบบคร่าวๆ ให้เพื่อนๆ ได้เข้าใจร่วมกันดังนี้นะครับ หลังจากบริจาคแล้วเรามีเงินที่เหลือจำนวนหนึ่ง ประมาณ 25,000 บาท (เดี๋ยวยอดเป็นทางการ พร้อมรายละเอียดการรับจ่ายเงินจะมาบอกกล่าวกันต่อไปนะครับ) ซึ่งเงินจำนวนนี้ผมเองในฐานะตัวแทนชมไทย และพี่ดิเรก ตันแทนของรักษ์ไทย มีความคิดเห็นตรงกันในเรื่องของการจัดเข้ากองทุนตั้งตนไว้ก่อน เพื่อให้เงินจำนวนนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเงินจำนวนนี้จะไปรวมกับเงินกองทุนประชากรของญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือ ทั้ง 3 โรงเรียน โดยให้ที่ทั้ง 3 โรงเรียนคือ โรงเรียนบ้านห้วยโค้ง โรงเรียนบ้านปิตูคี โรงเรียนบ้านห้วยตองหลวง ทำโครงการส่งมาเพื่อเบิกไปใช้ ทั้งด้านการศึกษา การเกษตร อาหารกลางวัน และอื่นๆ ที่จำเป็นต่อไปครับ ซึ่งทางอาจารย์ทั้ง 3 โรงเรียนได้รับทราบแล้ว

สุดท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้อง ๆ และผู้สนใจทุกคนอีกครั้งครับ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันให้โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยดีและน่าประทับใจที่สุดครับ และหวังว่าในโอกาสต่อไปเราชาวชมไทยคงได้มีโอกาสได้ทำโครงการดีๆ แบบนี้เพื่อสังคมกันอีกครับ

เอก ชมไทย

คืนสู่รัง

เกี่ยวกับไออุ่นปีนี้…

จริง ๆ ร.ร. ตชด.ประตูท่าด่าน   อาจไม่ใช่ โรงเรียนที่ขาดแคลนหรือยากจนที่สุด

แต่ด้วยแนวทางทำค่ายแบบพอเพียง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้  และได้เดินทางไปสำรวจโรงเรียนแห่งนี้มา โดยภาพรวมการประสานงาน ด้านความร่วมมือ ของโรงเรียน ชุมชน เด็กนักเรียน มีความเป็นไปได้ที่เราจะทำงานกันที่นี่

1.  ผมประสานงานเกี่ยวกับการดูงาน ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ เรียบร้อยแล้ว

2. โทรไปที่ รร.ตชด.ประตูท่าด่าน ขอคำยืนยันเรื่องความร่วมมือต่างๆ  ทุกคนยังรอเราและพร้อมจะสนับสนุนการทำงานในทุกด้าน

3. ปัญหาของผม คือนตอนนี้ยังไม่มีเวลาเขียนโครงการ  อาจด้วยความไม่ถนัด และเวลา วันต่อวันตอนนี้ มีหลายอย่างที่ต้องทำเยอะมากจริงๆ  ในส่วนตัวจะชอบงานภาคสนาม หน้างานมากกว่า

4. การทำงานของผมเกิดความอึดอัดใจ  เพราะด้วย เรายังไม่มีเวลาที่จะหันหน้ามาคุยกัน ทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ คน ผมพร้อมที่จะเปิดใจ รับฟังความคิดของทุกท่านเสมอ โดยนำทุกๆ ความคิดมาประมวลให้ได้ประสิทธิผลในการดำเนินงานสูงสุด

5. มีเพื่อนๆ เสนอให้ผมกำหนดคนในการทำงานว่าควรจะเป็นใครบ้าง  แต่จริงๆ แล้วงานที่เราทำกันอยู่ เป็นงานจิตอาสา  จึงอยากให้เป็นเพื่อนที่อยากทำงานจริงๆ มาทำกันด้วยความสุข และสบายใจ

6. ฉะนั้น วันที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ น่าจะพอเห็นคนที่มีใจอาสามาปรับความเข้าใจ ถึงแนวทางการทำค่ายในปีนี้ด้วยกัน ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ฯ  และร่วมหารือวางแนวทางการทำงานด้วยกัน  ส่วนเพื่อนที่มาไม่ได้จริงๆ ก็สามารถแสดงเจตนาโดยการติดต่อเข้ามาที่ผมเอง ป้าแขก หรือบอกผ่านกันต่อๆ ก็ได้ครับ

7. หลังจากกลับจากศูนย์ภูมิรักษ์ ในเดือนถัดไปเราจำเป็นต้องลงพื้นที่ในการทำงานด่วน อีกครั้งครับ

ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย  วันนี้ที่กลับมาลุยงานไออุ่น เพราะมีความรู้สึกว่าบางอย่างมันขาดหายไป  แต่ถ้าเราไม่ทำแล้ว เราจะรอใครทำล่ะ ฮืม

ผมเข้าใจว่าหลายๆ ท่านอาจมีอะไรติดค้างใจ มีปัญญา มากมายหลายๆ ด้าน อยากพักทั้งกาย และใจ อยู่ในมุมของตัวเอง   ……ตัวผมเองก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาส่วนตัว หรือส่วนรวม   ผมก็เหนื่อยล้า เหมือนกับทุกท่าน แต่ผมจะหลบ จะพักก็คงไม่ได้  ชมไทยและไออุ่นยังต้องมีการขับเคลื่อนต่อ ผมจะต้องเข้มแข็งเสมอ และกลับเข้าสู่สภาวะปกติของจิตใจให้เร็วที่สุด

ขอบคุณผู้มีจิตอาสาทุกท่านครับ

กำลังรอทุกคนกลับบ้านไออุ่นหลังนี้อยู่นะครับ

แล้วเราจะได้พบกันครับ

เอก ชมไทย

วิเคราะห์เวบชมไทย กับสถานการณ์การท่องเที่ยวปัจจุบัน

 

วันนี้มีเวลามานั่ง สำรวจดูเวบชมไทย โดยดูตัววัดที่ติดไว้ในส่วนต่างๆ ทั้งใน www.chomthai.com   ที่ติดไว้ในห้องภาพคนเดินทาง และ www.chomthailand.com      =  truehits ซึ่งจะเป็น บันทึกเรื่องราว ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ 

จากความรู้สึกเหมือนว่าคนจะเข้าชมเวบน้อยลง แต่ในความเป็นจริงคือยอดดูเวบ และความนิยมไม่ได้ลดลงเลยกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำตรวจสอบจาก pr google ปัจจุบันที่เราอยู่อันดับ 6    http://www.prchecker.info/     ซึ่งเป็นอันดับที่ดีมาก

 

ทั้งๆ ที่ข้อมูลจากห้องภาพ หรือ ส่วนต่างๆ ในเวบเราเพิ่มขึ้นน้อยลง   แต่ด้วยความที่เรามีฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเก่าๆ โดยเพื่อนๆ ชมไทยช่วยกันแนะนำ เล่าเรื่องราวไว้เยอะมาก ปัจจุบบันกว่า 3500 กระทู้  ซึ่งจะมีทั้งข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ภาพถ่าย VDO  การเดินทาง ในเมืองไทยไว้เรื่อยๆ โดยตลอด ทำให้ผู้สนใจหาข้อมูลก่อนเดินทางเข้ามาชมเวบเรา อย่างต่อเนื่อง

 

จึงเกิดคำถามกับผมเหมือนกันว่า      เพราะอะไร ?????

คำตอบคือ สถานที่ท่องเที่ยวเมืองไทย ไม่ได้มีเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่  เรารู้จักสถานที่เดิมๆ ซ้ำๆ  จากสื่อ ฯ และการ ประสัมพันธ์ของ ททท  ซึ่งยังคงล่าช้า  กว่าสื่อเว็บไซด์ท่องเที่ยวที่เกิดจากคนที่รักการท่องเที่ยวมารวมตัวกันนำเสนอข้อมูล  ที่เป็นข้อมูลเชิงลึก อย่างตรงไปตรงมา  ไม่เสนอเชิงบวกจนเกินไป ซึ่งจริงๆ คงมีอีกหลายเวบที่กำลังทำอยู่

พูดให้เห็นภาพคือ 10 ปีที่แล้วเรารู้จัก ปาย  และ เมื่อ 3 – 4  ปี  ที่แล้วเราได้รู้จักเชียงคาน  และก็บูมขึ้น นักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันอย่างมาก ปัจจุบันก็ยังไม่มีที่เพิ่มขึ้นมาให้โดดเด่นนัก   จะมีเมืองน่าน ก็เป็นที่รู้จักกันมานานมากแล้วเช่นกัน

…… เช่นนี้ข้อมูลของชมไทยที่สะสมมานาน ในสถานที่ท่องเที่ยวก็เลยยังมีคนเข้ามาชมอยู่เรื่อยๆ ตลอด

 

ข้อสังเกตต่อมา  4-5 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวฉลาดขึ้น   นักท่องเที่ยวปัจจุบันส่วนใหญ่พึ่งทัวร์ในการเดินทางน้อยลง นักท่องเที่ยวปัจจุบันชอบในสิ่งที่ท้าทาย ในการหาข้อมูลการเดินทางและไปเที่ยวเองมากขึ้น   ในงานการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จึงเป็นงานที่บริษัททัวร์ต่างๆ  มาลดราคา แข่งกันขาย เยอะมาก  และปรับเปลี่ยนวิธีการโดยการให้ลุกทัวร์ได้มีบทบาทในการกำหนดโปรแกรมเที่ยวของตัวเองมากขึ้น เพื่อดึงดูดใจนักเท่องเที่ยว

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ชอบ และสนใจในเรื่องการท่องเที่ยว ยังสามารถจับกลุ่ม กับคนที่รักการท่องเที่ยวด้วยกัน  ชอบรูปแบบการเที่ยวเหมือนกัน  เพื่อเป็นเพื่อนในการเดินทางด้วยกัน ไม่ว่าจะกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ โดยมีช่องทางในการติดต่อกันต่างๆ ได้มากขึ้น

ฉะนั้นการดำเนินการที่เราทำมาโดยตลอดค่อนข้างจะตอบโจทย์เหล่านี้อยู่แล้วครับ แต่ที่ผมยังกังวลๆ คือข้อแรกครับ  สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เมืองไทย  ยังเกิดขึ้นน้อยมาก   ตรงนี้น่าจะเป็นการบ้านของเราชมไทยที่จะเดินหน้าทำต่อไป โดยยึดเรื่อง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  จิตสำนึกของนักท่องเที่ยว และชุมชน ความกลมกลืน ของวิถีชีวิต ประเพณีวัตนธรรมความเป็นไทย ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

วันนี้ ชมลม ชมไทย เรายังคงเดินทางต่อไปครับ     ขอบคุณผู้ร่วมแนะนำข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ และผู้สนใจเข้ามาชมทุกท่านด้วยครับ

เอก ชมไทย

Chomthai M@G กำลังจะกลับมา พร้อมความทันสมัย น่าใช้ น่าอ่าน

Chomthai M@G กำลังจะกลับมา พร้อมความทันสมัย น่าใช้ น่าอ่าน คุณสามารถอ่าน งานเขียน เรื่องราวและบทความ ต่างๆ ไปพร้อมกันการฟังเพลงประกอบ เพราะๆ หรือชมภาพจากไฟล์วีดิโอ ไปพร้อมๆ กันได้เลย

….เพื่อเป็นการ เชื่อมโยงการทำงาน เกิดขึ้น ให้ Chomthai M@G ได้ ออกสู่สายตาเพื่อนๆ อย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องมีทรัพยากร ทั้งภาพถ่าย และงานเขียน…. จากการทำงานที่ผ่านมา 3 เล่ม เราได้เรียนรู้ ผ่านอุปสรรค และเห็นปัญหาต่างๆ มากมาย

ปัจจุบันเรามี blog อยู่แล้ว และ blog ชมไทยนี้ จะเป็นคำตอบสำหรับการทำงานของเราได้ดี ผู้เขียนงานจะสามารถเขียนงานและส่งงานได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลามาบีบ

และทีมงานก็สามารถเลือกสรร นำผลงานของนักเขียนมาใช้ตามความเหมาะสม และแนวคิดของแต่ล่ะเล่มได้

ทั้งยังเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้เพื่อนๆ นักเขียนหน้าใหม่ นำเสนอผลงานของตัวเอง และเมื่องานของแต่ล่ะได้ลงที่ Chomthai M@G แล้ว ก็จะมีโอกาสสานต่องาน ต่อยอด นำผลงานไปจัดพิมพ์ ทำหนังสือของเราชาวชมไทยต่อไปครับ

ชวนเพื่อนมาเขียนไดอารี บันทึกเรื่องราวที่ blog ชมไทยกันนะครับ

ผมเข้าใจว่า จริงๆ หลายๆ ท่านคงจะมี เพจเป็นของตัวเองในการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ส่วนตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะ fb ซึ่งเพื่อนๆ ที่ใช้ fb ในชมไทยมีมากมายเป็น 1000 คน ผมคนเดียว หรือเพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับงานเขียน คงไม่สามารถจะตามอ่านบันทึกต่างๆ ของทุกคนได้หมด และเข้ามาตรวจสอบ fb ตลอดเวลา

วัตถุประสงค์ของการมี blog ชมไทย คือการนำมาให้เพื่อน ๆ ได้เก็บงานเขียน และบทความที่น่าสนใจต่างๆ ที่คิดว่าจะเป็นข้อมูลที่เราจะเก็บถาวร เพราะข้อมูลส่วนนี้จะเก็บไว้ในโฮสของชมไทยเราเองเลยครับ อาจไม่หรู แต่ก็ใช้งานได้ครับ

นอกจากเขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว

- เพื่อนๆ สามารถ อัพโหลดรูปถ่าย สร้างอัลบั้ม วิดีโอ จะคัดลอกโค้ดมาแปะก็ได้

ง่ายๆ ตอนนี้ เพียงถ้าเรามีข้อมูลที่สำคัญๆ น่าเก็บ ที่โพสไว้ใน fb หรือ ไดอารี่อื่นๆ ก็สามารถ copy โพสเก็บไว้ที่นี้ได้เลยครับ เพื่อเป็นแหล่งรวมเรื่องราวต่างๆ ของเพื่อนๆ ชาวชมไทยไว้ด้วยกัน

Sign Up สมัครเข้าใช้งานได้แล้ววันนี้ที่

http://chomthai.com/blog/wp-login.php?redirect_to=http%3A%2F%2Fchomthai.com%2Fblog%2Fwp-admin%2F&reauth=1

โดย link เครือข่ายชมไทยนี้ อยู่เมนูด้านซ้าย >> ห้วงสำนึกการเดินทาง blog ,diary

บนเมนูหลักชมไทย

และหน้าเพจหลักต่างๆ ของชมไทยเพื่อสะดวกในการเข้าชมและใช้งานครับ

“ชมไทย” เราให้มากกว่าการท่องเที่ยว มารวมบันทึกความทรงจำร่วมกันนะครับ

ด้วยความขอบคุณ

เอก ชมไทย

http://chomthai.com/blog/

หนังสือของเรา “ยกพลขึ้นเกาะ ชมทะเล กับชมไทย”

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวชมไทยทุกท่านครับ

จากที่เคยบอกกล่าวกันในครั้งที่แล้วเรื่องหนังสือของชาวชมไทย
ที่จะจัดพิมพ์แล้ววางแผงเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจากรายการชมไทยแลนด์
และสื่อต่างๆ ที่เราได้นำเสนออยู่ในปัจจุบัน

บัดนี้เราได้จัดทำหนังสือของเรา เสร็จพร้อมวางแผงแล้วครับ

โดยในเล่มแรกนี้จะเป็นแนวการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อให้ทันตามฤดูกาลน่าร้อนนี้

หนังสือชมไทยเล่มนี้มีชื่อว่า “ยกพลขึ้นเกาะ ชมทะเล กับชมไทย”
ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจของเราชาวชมไทยทุกคน

ภาพในเล่มจะประกอบด้วย

Why ชมไทย บอกกล่าวถึงที่มาของเรา ชาวชมไทย

มุมมองจากท้องทะเล จาก อ.ต้อย พระขโนง

เตรียมตัวก่อนออกไปชมทะเล แนวชมไทยของเรา

นอนนอกบ้าน โดย เชอรี่ ณ ชมไทย
- โดดเดี่ยวที่ภูเก็ต
- เกาะยาว
- ร้อน ฝน หนาว ที่ชุมพร

เรื่องเล่าริมทางเดิน โดย ป้อม นมสดโชคดี
- ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะ อ่าวไทย
- เกาะสีชัง จำลอง
- เกาะหมาก เกาะขาม สวรรค์ ของคนรักสงบ

ในห้วงสำนึกเดินทาง
- เกาะกุฏี
- เกาะช้าง 2 แบบ

หัวใจ 2 ล้อ โดย พี่โก๋ ก้อนดิน
- แก่งกระจาน ป่าละอู สามร้อยยอด

แนะท่องนำเที่ยว โดย 3 นักเขียน
- ความทรงจำที่ ลิบง โดย กุ้ง เอบิ
- แก๊งลูกหมูที่ หมู่เกาะตะรุเตา โดย ปลา + ตัน
- เกาะพิทักษ์ ฉันรักแกว่ะ โดย ไอ

เกร็ดเที่ยว
- ภูเก็ตให้คุ้มค่า – สุ ต้องตา

ที่สำคัญ ภาพสวย ๆ จากหนังสือเล่มนี้ โดย ภาพถ่ายในเล่ม pich888 , abijung , มอร์จัง , มานะ
, ต้น คลองวาฬ , เชอรี่ ณ ชมไทย , โก๋ ก้อนดิน ,palmy616 , ปลา + ไส้ตัน ,
ไต่ตะวัน , เอก ชมไทย , ต้องตา

จัดพิมพ์โดย
บริษัทแฮปปี้บุ๊ค พับลิชชิ่ง จำกัด

จัดจำหน่ายที่

ซีเอ็ด
อมรินทร์
ร้านนายอินทร์
7-ELEVEN

พิมพ์ 4 สี ทั้งเล่ม ในราคา 245 บาท

ฝากทุกท่านเป็นแรงใจ อุดหนุนเป็นกำลังใจในการทำงานด้วยนะครับ รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว
ผมตั้งใจจะนำเข้าโครงการไออุ่นฯ เพื่อเป็นทุนในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราทำกันมาโดยตลอด

และส่วนหนึ่งจะแบ่งมาเข้าในส่วนของเว็บชมไทย ในการใช้จ่ายเป็นค่าเช่าโฮส
และดำเนินกิจกรรมต่างๆภายในเว็บต่อไปครับ

ส่วนหนังสือเล่มต่อไป ก็วางแผนการทำไว้คร่าวแล้วครับ ผมเปิดโอกาสเต็มที่ให้กับเพื่อนๆ
ชาวชมไทยทุกคนนะครับ จะส่งงานเข้ามาที่อีเมลล์โดยตรง
หรืออย่างน้อยโพสไว้ที่ห้องภาพคนเดินทางให้เห็นงานกันนิดหนึ่งนะครับ

ด้านการประชาสัมพันธ์ ผมคนเดียวคงทำไม่ได้คงต้องฝากทุกๆ คนช่วยกันอีกแรงครับ ตอนนี้ผมกำลังหาเวลา
สถานที่ และร่วมนักเขียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหนังสือเล่มนี้
ร่วมทั้งเพื่อนเราชาวชมไทยจัดงานแถลงข่าว เพื่อการประชาสัมพันธ์เป็นทางการอีกทีครับ

ทุกคนมีความฝัน ผมเองก็มีฝัน วันนี้ได้ก้าวมาตามฝันตัวเองอีกก้าวหนึ่ง แต่ความภูมิใจจริงๆ
คือการได้ทำฝันของเพื่อนๆ ให้เป็นจริงไปด้วยได้ นั้นคือความตั้งใจของผมจริงๆ ในการจัดทำเว็บตอนแรกๆ
และได้รับงานเขียน เข้ามาลงในเว็บ ว่าสักวัน ผมจะนำงานเขียนเหล่านี้ตีพิมพ์เป็นเล่มขึ้นมาให้ได้

วันนี้การทำสิ่งที่เรารัก มันมีความสุขจริงๆ ครับ

ขอบคุณทุก ๆ ช่วงเวลาชีวิต ที่ผ่านมา

ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก Chomthai M@G

ขอบคุณที่วันนี้เรายังยืนอยู่ด้วยกันเสมอ

เอก ชมไทย

คลองวาฬ เงียบสงบ

เงียบสงบ….ความสงบนั้นหมายถึง ความไม่วุ่นวาย ความไม่ดิ้นรน ความไร้ซึ่งปัญหาความเดือดร้อน ไร้ซึ่งปัญหาหนักหน่วงถ่วงจิตใจ ไร้ความขัดแย้ง เป็นความราบรื่น เย็นใจ ไม่เร่าร้อน หรือถูกกดดัน
ความสงบเป็นความสุขที่มีอยู่ในตัวเราทุกๆ คน เราสามารถทำให้เกิดได้ อย่างง่ายดาย และเป็นความสุขที่ลึกซึ้ง ลุ่มลึกเย็น และอิ่มเอิบ หาความสุขใดเทียบได้ยาก

 

เกาะกุฎีอีกครั้ง

  …….ผมไปเยือนเกาะกุฎีอีกครั้ง ด้วยความคิดที่จะไปเก็บเรื่องราวเพิ่มเติม ได้มีเวลาอยู่กับสถานที่จริงๆ ที่เคยไปมาแล้วหลายหน
จริงๆ ก็ได้งานเขียน มาลงหนังสืออย่างที่ตั้งใจครับ

……………………

แต่ในอีกด้านหนึ่งของความรู้สึก ผมได้ข้อคิด และอะไรลึกๆ บางอย่าง ที่แวบขึ้นมาตอนนั้น ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องราวการท่องเที่ยวของเกาะกุฎีเลย

…………………….

คือการเดินทางของความรัก และความรู้สึกที่ดีๆ บางทีมันเดินทางมาไม่พร้อมกัน ในช่วงเวลาหนึ่งใครบางคนอาจจะรู้สึกรัก และดีกับเรามาก ๆ แต่พอผ่านช่วงเวลานั้นไป ความรู้สึกดีๆ ก็อาจลดน้อยลงไปแล้ว ในขณะเดียวกัน ตรงกันข้าม ความรู้สึกของเราเองที่กำลังค่อยๆ รู้สึกดีกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ  มันช่างดูสวนทางกันเหลือเกิน ในเวลานี้บางทีเราไปวิ่งตาม ก็คงไม่ทันเสียแล้วล่ะ เมื่อไหร่มันจะพอดีเนอะ

……………………..

0 —- >1 —->2 —-> 3 —-> 4 —-> 5 —-> 6—- > 7 —-> 8 —-> 9 —-> 10
10 —-> 9 —-> 8 —-> 7—- > 6—- > 5 —-> 4 —-> 3—- > 2—- > 1 —-> 0

……………………..

เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่การเดินทางของผม มันได้เรียนรู้ ถึงจิตใต้สำนึกของตัวเอง ….. จริงๆ อยู่บ้านเฉยๆ อาจจะคิดเรื่องอื่นๆ หรือ เรื่องนี้ได้ก็ไม่รู้ แต่นี่พอเดินไปรอบๆ เกาะ ได้เห็นบรรยากาศ ท้องฟ้า ทะเล โขดหิน มุมมองต่างๆ ของความทรงจำและความรู้สึกมันก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งตอนถอดรองเท้า และได้เดินสัมผัส หาดทราย ที่เต็มไปด้วยหิน และปะการังที่แหลมคม มันรู้สึกเจ็บ ๆ ยังไงบอกไม่ถูก

……………………..

เจ็บที่ประมาท หรือลืมตัว หรืออาจจะเจ็บเพราะตั้งใจ เพื่อให้เจ็บ ….. สุดท้ายมันก็คือเจ็บเหมือนกัน

……………………..

เอก ชมไทย
24 มี.ค. 54

สารถึงเพื่อนชมไทย ฉบับวันที่ 1 มีนาคม 2554


ภาพทริปม่อนจองโดย นายเพ้นท์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวชมไทยทุกคน

วันนี้งานไออุ่น 5.2 ที่ผ่านมาล่าสุด ก็ได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ไปด้วยดีแล้ว ก็ต้องขอชื่นชมชาวอาสา และผู้เตรียมงานต่างๆ ไว้ในโอกาสนี้ด้วยครับ

หลังจากที่เชาๆ เสีย ผมก็ไม่ได้มาขีดๆ เขียนๆ อะไรให้เพื่อนๆ ได้อ่านเลยนานนับเดือน การขาดเชาไปทำให้เวบชมไทยเราดูเหมือนขาดอะไรไปหลายๆ อย่าง สิ่งที่ผมสัมผัสได้ เชาคือคนที่คอยเชื่อมความรู้สึกของเพื่อนที่ดีมากๆ ทั้งในชมไทยเอง และกลุ่มเพื่อนท่องเที่ยวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

วันนี้คงต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับตัว และปรับทุกๆ อย่าง ในยามที่ไม่มีเชาอยู่แล้วในตอนนี้ …ผมเชื่อนะว่าเพื่อนๆ ทุกคนยังรักเชา ยังคิดถึงอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเชาผมจะแวะเวียนเข้าไปที่ FB เชา ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกกันเลยว่า ผมอมยิ้มด้วยความปิติ นั่นคือการได้เห็นเพื่อนๆ ทุกคนยังคงแวะเวียนมาทักทายเชาอยากไม่ขาดสาย … : D

กลับมาเข้าเรื่องที่อยากจะมาบอกกล่าวกันในตอนนี้นะครับ เป็นข่าวดีที่จะมาบอกกล่าวกันอีกแล้วครับ ถ้ามองการก้าวเดินของชมไทย สำหรับผม มองว่าเราก้าวเดินมาแบบช้าๆ เรื่อยๆ ไม่ได้เร็วเกินไป หรือช้าเกินไปนัก แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าการที่เราได้ก้าวเดินมาพร้อมๆ กัน

แรกๆ เราเริ่มท่องเที่ยวกันในหมู่เพื่อนโดยไม่กี่คน และจากไม่กี่คนก็ได้ชักชวนเข้ามาเรื่อยๆ จนชมลม ชมไทยเราแน่นแฟ้นขึ้น เรามีกิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมค่ายอาสา และกิจกรรมที่ทำกับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนๆ เราที่ทำงานกันหลากหลายอาชีพ ได้มาช่วย ดูแล ชมรมท่องเที่ยวเราในด้านกิจกรรมก็ดี ส่วนต่างๆ ของเว็บไซด์ก็ดี มากมาย นอกจากภาพถ่าย และข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแล้ว เรายังได้มีโอกาสทำ Internet TV ทีวีด้านการท่องเที่ยว เราทำ Chomthai M@G ในรูปแบบ หนังสือออนไลท์ ฟรีดาวโหลด จากการร่วมมือของเพื่อนที่มีความสามารถด้านการเขียน ถ่ายภาพ การทำกราฟฟิก และด้าน IT

และในระยะเวลาต่อมา เราก็ได้โอกาสในการผลิตรายการโทรทัศน์ด้านการท่องเที่ยว จากทาง Nextstep Television ช่องของดีประเทศไทย ชื่อรายการ “ชมไทยแลนด์” ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่เราจะได้เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารด้านการอท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ ในชมไทยของเราได้อย่างอิสระเต็มที่ ตอนนี้เราได้ต่อสัญญาจากทาง Nextstep ไปอีก 1 ปีแล้วครับ
และเมื่อต้นปีนี่เองทางรายการ Travel Gang ช่อง Gsquare 67 ของ truelife ก็ได้เชิญเราชาวชมไทยไปออกรายการประจำทุกสัปดาห์

เราได้มีโอกาสออกสื่อหลายๆ รายการ ทั้งรายการค้นละไม้ คนละมือ ที่นำเสนอชมไทยเราเกี่ยวกับค่ายไออุ่นจากพี่ให้น้อง รายการมองมุมใหม่ ที่นำเสนอความเป็นชมลมชมไทย เรา

กว่า 7 ปีที่เราก้าวเดินด้วยกันมาอย่างช้าๆ และมั่นคง วันนี้เราได้รับโอกาสอีกอย่างในการจัดทำหนังสือ โดยผมได้บรรลุข้อตกลง และทำสัญญาร่วมกันกับคุณภัทระ เจ้าของนามปากกา ทศ คณนาพร สำนักพิมพ์แฮปปี้บุ๊ค พับลิชชิ่ง ในการผลิต และจัดจำหน่ายหนังสือที่จะนำเสนอ มุมมองด้านการท่องเที่ยวในแบบฉบับของเราชาวชมไทย ซึ่งจะจัดจำหน่ายและเผยแพร่ ทั้งในร้าน ซีเอ็ด นายอินทร์ อมรินทร์ เซเว่น เบื้องต้น เป็นเวลา 3 ปี

ซึ่งเล่มแรก จะออกในกลางเดือนเมษายนนี้ จะเป็นการนำเสนอมุมมองของชมไทยในการเที่ยวทะเลที่ต่าง ๆ ส่วนเล่มต่อๆ ไป ก็ได้วางแผนการนำเสนอไว้บ้างแล้วครับ

ทั้งนี้เพื่อนๆ ชมไทยที่ชอบเขียน และถ่ายภาพ สามารถมีส่วนร่วมกับหนังสือของเราชาวชมไทยได้ทั้งหมด ขอให้ผมได้มีโอกาสเห็นงาน จะส่งตรงมาที่อีเมลล์ โพสไว้ในห้องภาพ หรือมาบอกกันว่ามีงานเขียน เกี่ยวกับการท่องเที่ยว หรืออื่นๆ ที่น่าสนใจ เอามาให้ชมกัน ซึ่งผมจะดูว่า แนวเรื่องเหมาะสมกับ แนวคิดในเล่มไหนบ้าง โอกาสเป็นของทุกคนเสมอในชมไทยเรา

สุดท้ายนี้คงไม่วายมาอ้อนทุกคนให้มาช่วยอุดหนุน ช่วยชม และให้กำลังใจกับผลงาน และสิ่งต่างๆ ที่เพื่อนของเราได้ทำอยู่แล้วในปัจจุบันนี้ด้วยครับ

ขอบคุณโลกกลมๆ ใบนี้ ขอบคุณชมไทยที่ทำให้เราได้รู้จัก และเป็นเพื่อนกัน

เอก ชมไทย

โฮมสเตย์บ้านหิ่งห้อย

ถ้าจะย้อนหลังไปเมื่อเกือบ 3 ปี ก่อน เมื่อครั้งที่ผมได้รู้จักกับ โฮมสเตย์บ้านหิ่งห้อย ใหม่ๆ จนถึงเร็วๆ นี้ที่ผมได้มีโอกาสไปเยือน ความรู้สึกผมไม่ได้แตกต่างจากเมื่อก่อนเลย ทั้งสภาพภูมิทัศน์ การต้อนรับอย่างอุ่นของเจ้าของที่นี่ ที่ชื่ออาอู๊ด และอาเช่ง ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่ตั้งรกรากอยู่ที่คลองอ้อมลัด อัมพวามาตั้งแต่เดิม

ซึ่งผมมักแวะเวียนมานั่งทานกาแฟที่นี่เสมอๆ ถ้าจะต้องออกเดินทางไปเที่ยว หรือทำงานทางใต้ เมื่อใช้เส้นทางสายพระราม 2 อย่างไรซะก็ต้องผ่าน อัมพวา แน่นอน

เมื่อยามใดที่เดินทางเข้าไปถึง ก็จะพบกับความเงียบ สงบ และความร่มรื่นของธรรมชาติ แบบบ้านสวนริมน้ำ เย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก

มีโอกาสได้สนทนาพูดคุยกับอาอู๊ด คุณไพโรจน์ ฉิมพาลี อยู่ตลอดเวลาที่ได้เจอกัน ทั้งด้านมุมมองในด้านการทำโฮมสเตย์ เรื่องหิ่งห้อย และอนาคตต่อไปของ บ้านหิ่งห้อยแห่งนี้

อาอู๊ด บอกว่า เขาจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมบ้านพักให้มากกว่านี้ เพราะเราทำกันแบบครัวเรือนไม่ได้จ้างใครมาช่วยเป็นพิเศษ เรามีโอกาสได้ใกล้ชิด ดูแลผู้มาเยือนได้ทั่วถึง ที่นี่เน้นความพอเพียง มุ่งรักษาธรรมชาติและสภาพแวดล้อมเอาไว้ บ้านหิ่งห้อยในวันนี้กับเมื่อก่อนเป็นอย่างไรก็ยังคงเหมือนเดิม วิถีชีวิตของชาวบ้านจากที่เป็นอยู่เดิม การทอดแห่ ดักปลา ทำประมงน้ำจืด หรือจะเป็นการทำน้ำตาลสด ก็ยังคงเดิม

หิ่งห้อยที่เกาะต้นลำพลูอยู่ในบริเวณบ้าน ก็ยังมีให้ชมเหมือนเดิม ที่นี่ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องไปกวนชวนบ้านในการหลับนอน เพราะไม่ต้องล่องเรือออกไป ก็สามารถนั่งชมชมหิ่งห้อยได้แล้วที่หน้าบ้านพัก

อาอู๊ดยังได้พูดถึงการสร้างรายได้ให้ชุมชน ในการจัดกิจกรรมล่องเรือเที่ยว หรือจะเป็นการชมการผลิตน้ำตาลสด และจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยาซึ่งอยู่ข้างๆ บ้านหิ่งห้อยนั่นเอง

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีวันหยุดว่างๆ ไม่ได้ไปไหน อยากไปเที่ยวพักผ่อนใกล้ๆ กรุงเทพฯ ผมก็ขอแนะนำที่นี่เลยครับ บ้านหิ่งห้อย

“อิสระแห่งชีวิตบ้านพัก ริมคลองมอบลัด เงียบ-สงบ
บรรยากาศร่มรื่นของธรรมชาติในสวน สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง “

กิจกรรม
- เดินชมหิ่งห้อยในบริเวณบ้านพัก ซึ่งมีอยู่มากมายโดยไม่ต้องล่องเรือ
- เล่นน้ำในคลองหน้าบ้านพัก,พายเรือ,ตกปลา,ขี่จักรยานชมสวน
- ชมวิถีชีวิตริมคลอง,ป่าชายเลน ฯลฯ
- ชมการผลิตน้ำตาลมะพร้าว,ดื่มน้ำตาลสด ฟรี!!!

โปรแกรมนำเที่ยวทางเรือ
ชมเส้นทางป่าชายเลน,ชุมชนยี่สาร
และ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเขายี่สาร นมัสการหลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา

ชมเส้นทางป่าชายเลนและวิถีชีวิตชาว
ประมง ปากอ่าวบางตะบูน ชมคอกเลี้ยงหอยแครง,กระเตงเฝ้าหอยแครง

เที่ยวชมตลาดน้ำยามเย็นที่อัมพวา
ชมวิถีชีวิตของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ขากลับชมหิ่งห้อย

ชมวัดประดู่ ตามรอยเสด็จประพาสต้นรัชกาลที่ 5

ชมโบสถ์ในต้นไม้ ที่ค่ายบางกุ้ง 1 ใน Unzeen in thailand

อุโบสถสักแกะสลัก ณ วัดบางแคน้อย ซึ่งมีไม้กระดานพื้นจากไม่สักเรียงกันเพียง 7 แผ่น

อุทยาน ร.2

ชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง

ชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก

“บ้านหิ่งห้อย” เป็นบ้านพัก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ยังคงรักษารูปแบบของวิถีชีวิตและธรรมชาติของชนบท และผสมผสานความความสะดวกสบาย ของสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

อัตราค่าที่พัก
- บ้านพัก แอร์,ทีวี ,ตู้เย็น, เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องละ 800 บาท พักได้ 4 ท่าน
High Speed Wireless Internet …ฟรี
**ราคานี้ไม่รวมค่าอาหาร

** ติดต่อ และการเดินทาง** คุณไพโรจน์ ฉิมพาลี
โทร. 09-5325024, 034-771375
57/2 หมู่ 6 ต.บางขันแตก อ.เมืองฯ จ.สมุทรสงคราม 75000

เพียง 3 กิโลเมตรจากสะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า สังเกตทางเข้าจะอยู่ที่ กิโลเมตรที่ 69 ถนนพระราม 2 ฝั่งซ้าย ก็จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านหิ่งห้อย ค่อยบอกเส้นทางแล้วครับ

* พิเศษสุดสำหรับชาวชมไทย เพียงท่านบอกว่าได้รับข่าวสารบ้านหิ่งห้อยมากจาก ชมไทย ท่านจะได้รับส่วนลดทันที่ 100 บาท ต่อบ้านพัก 1 หลัง

ข้อมูลเพิ่มเติม เอก ชมไทย 089-7801770